โอเว่น ฟันธง สิงห์ ชนะ ผี ชัวร์

 

    ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดมันเดย์ไนต์ระหว่าง เชลซี ที่จะเปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเกมส์ที่สำคัญอย่างมาก และมีหลายคนที่ให้ทัศนะเกี่ยวกับผลการแข่งขันที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยวันนี้เราจะมาฟังทรรศนะของ ไมเคิล โอเว่น ตำนานดาวยิงทีมชาติอังกฤษ ที่เคยค้าแข้งให้กับ ลิเวอร์พูล เรอัล มาดริด นิวคาสเซิ่ล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ สโต๊ค ซิตี้

โอเว่น วิเคราะห์ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหาในแนวรุกที่ทำประตูไม่ได้สามนัดติด และเชื่อว่าพวกเขาไม่น่าจะสามารถสร้างสรรค์การทำประตูได้บ่อยอย่างแน่นอนในเกมส์นี้ ส่วนเชลซีเกมส์นี้พวกเขามุ่งมั่นเต็มที่ เพราะช่องว่างอันดับที่ 4 กับอันดับที่ 5 6 และ 7 ใกล้มามากขึ้น เชื่อว่าเกมส์นี้เชลซีจะสามารถเก็บสามคะแนนสำคัญเอาไว้ได้

รายงานข่าวโดย เว็บไซต์หวยเด็ดเฮงนัมเบอร์

เชียเรอร์ เชื่อผี ปล่อย ป็อกบาแน่

   อัพเดทข่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนับสนุนโดยเว็บดูบอลสด อลัน เชียเรอร์ ตำนานกองหน้าทีมชาติอังกฤษและนิวคาสเซิ่ล มองว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะยอมขาย ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสออกไปในช่วงซัมเมอร์นี้แน่นอน เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นมากกว่านี้

ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ตกเป็นข่าวต่อเนื่องเรื่องการย้ายทีม และไม่มีความสุขกับสถานการณ์ของสโมสร รวมถึงมีอาการเจ็บรบกวนต่อเนื่องในฤดูกาลนี้ อีกทั้งแฟนบอลก็ตั้งคำถามเกี่ยวกับความทุ่มเทในการเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วย และอีกหนึ่งปัจจัยที่น่าจะส่งผลต่อการตัดสินใจของบอร์ดบริหารแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และผู้จัดการทีมก็คือสัญญาของ พอล ป็อกบา ที่เหลืออีกเพียงแค่ถึงปี 2021 แม้จะมีออปชั่นต่ออายุไปอีก 1 ปีก็ตาม

ตลอด 143 เกมที่ลงสนามให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้น ป็อกบา ยิงไป 31 ประตูและพาทีมคว้าแชมป์ลีก คัพ และยูโรป้า ลีก ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่

ซื้อแบบนี้บ้าง!!

   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่บริหารงานโดยตระกูล เกลเซอร์ เศรษฐีชาวอเมริกัน โดยมีเอ็ด วู๊ดเวิร์ด เป็นซีอีโอคอยบริหารงานต่างๆ ให้ ได้ออกมาพร่ำบอกตลอดว่าทีม “ปีศาจแดง” ยังคงเป็นทีมเงินถุงเงินถังอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จเลยนับตั้งแต่ที่เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน บรมกุนซือชาวสก็อตแลนด์วางมือไปเมื่อปี 2013 ซึ่งไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือมากี่ครั้ง สโมสรก็ยังคงทุ่มงบซื้อนักเตะให้กับผู้จัดการทีมคนใหม่แบบเต็มที่เป็นหลัก 100 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาลโดยตลอด ซึ่งก่อนเริ่มฤดูกาลนี้ก็เช่นกันที่ทีม “ปีศาจแดง” ทุ่มเงินให้กับโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กว่า 150 ล้านปอนด์ในการเสริมทัพ 3 นักเตะ โดยเป็น 2 นักเตะในแนวรับอย่างอาร่อน วาน บิสซาก้า และแฮร์รี่ แม็คไกวร์ ซึ่งราคา 50 และ 80 ล้านปอนด์ตามลำดับ ซึ่งอาจจะแพงเกินจริงไป แต่ 2 ดาวเตะนี้ก็ถือว่ามีดีกรี และมีผลงานที่ยอดเยี่ยมจากเมื่อฤดูกาลก่อน อีกทั้งยังเป็นนักเตะอังกฤษ ทำให้ค่าตัวพุ่งสูงขึ้นเป็นเรื่องปกติ แต่อีกรายก็คือดาเนี่ยล เจมส์ ปีกทีมชาติเวลส์จากสวอนซี ซิตี้ ซึ่งถือว่าเป็นการซื้อที่น่าประหลาดใจมากทีเดียวในตอนแรก เพราะปีกจรวดวัย 22 ปีเล่นในศึกแชมเปี้ยนชิปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งผลงานก็ไม่ได้โดดเด่นมากนักในเชิงสถิติ ทำให้พวกเขาได้ตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวประมาณ 15 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่แพงเลยกับตลาดการซื้อขายนักเตะในยุคนี้

ปกติแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักจะทุ่มเงินซื้อนักเตะชื่อดังเข้าสู่สโมสร ทำให้พวกเขาถูกโก่งค่าตัวอยู่โดยตลอด เพื่อแลกกับดาวเตะชื่อดัง และฝีเท้าที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วระดับหนึ่ง แต่ในรายของดาเนี่ยล เจมส์นั้นเหมือนเป็นการค้นพบของแมวมองของสโมสร ซึ่งเขาสามารถปรับตัวเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกได้ถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียวกับนักเตะราคาเพียง 15 ล้านปอนด์

การสร้างทีมให้กลับมายิ่งใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูท่าว่าจะต้องใช้เงินมหาศาลทีเดียว หากว่าจะทุ่มเงินซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมอีกหลายตำแหน่ง ซึ่งพวกเขาควรมีการซื้อนักเตะในแบบของดาเนี่ยล เจมส์เข้ามาบ้าง เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณของสโมสรไม่ให้บานปลายไปกว่านี้ ในยามที่ยังหาความสำเร็จไม่เจอแบบนี้ก็ควรจะทำงานหนักในการดูฟอร์มนักเตะ และค้นพบดาวดวงใหม่แบบนี้บ้าง

 

เรื่องดีของ ‘โซลชาร์’

  เป็นเวลากว่า 1 ปีเศษแล้วสำหรับการทำงานของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือชาวนอร์เวย์ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หากนับรวมกับตอนที่เขายังคุมทีมในฐานะกุนซือรักษาการชั่วคราว ก่อนที่จะไปเซ็นต์สัญญาคุมทีถาวรในช่วงเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ซึ่งกุนซือวัย 48 ปีนั้นมีทั้งแง่มุมที่ดี และแง่มุมที่ไม่ดีในฐานะผู้จัดการทีม ซึ่งระยะเวลาเท่านี้ก็สามารถบอกอะไรได้บ้างแล้ว

เรื่องที่ดูว่าเขายังไม่ถึงขั้นที่จะมาเป็นกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็คือแทคติกของเขาที่ดูยังอ่อนไป ซึ่งหากไปเปรียบเทียบกับเจอร์เก้น คล็อปป์ และเป็ป กวาดิโอล่า ยอดกุนซือแห่งยุคแล้วยังไงก็สู้ไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะประสบการณ์ก็ยังดูน้อยกว่ามาก แต่หากไปเปรียบเทียบกับแฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือคนปัจจุบันของเชลซีแล้ว อดีตหอกฉายา “เพชรฆาตหน้าทารก” ควรที่จะทำได้ดีกว่าในเรื่องของแทคติก แต่ผลงานของทั้ง 2 ทีมในฤดูกาลนี้บ่งบอกได้เลยว่าโซลชาร์ยังเป็นรองแลมพาร์ดด้วยซ้ำในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่แลมพาร์ดพึ่งจะเป็นกุนซือแบบเต็มตัวฤดูกาลที่ 2 เท่านั้น

แต่เรื่องที่ดีของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ก็มีเช่นกัน ด้วยความที่เขาเคยเป็นอดีตนักเตะของสโมสรมาก่อน ทำให้เขารู้วัฒนธรรม และประเพณีของสโมสรเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องของการดันนักเตะดาวรุ่งให้ก้าวขึ้นมามีโอกาสในทีมชุดใหญ่ ซึ่งนับตั้งแต่ที่เขาเข้ามาคุมทีมก็มีนักเตะเยาวชนของสโมสรที่ได้โอกาสในการลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ และก็มีหลายคนที่ได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัวในฤดูกาลนี้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แบ็คซ้ายดาวรุ่ง และเมสัน กรีนวู๊ด กองหน้าอนาคตไกลที่กลายเป็นตัวหลักของสโมสรไปแล้วทั้งคู่ในฤดูกาลนี้ นอกจากนั้นมุมมองการซื้อนักเตะของสโมสรก็เปลี่ยนไปด้วย จากตอนที่โชเซ่ มูรินโญ่คุมทีม พวกเขามักจะซื้อนักเตะประสบการณ์ที่ผ่านการเล่นมานานแล้ว ทำให้นักเตะส่วนใหญ่ก็จะมีอายุประมาณนึงแล้ว แต่พอมาเป็นยุคของโซลชาร์ พวกเขาก็เปลี่ยนมุมมองมาเป็นการซื้อนักเตะดาวรุ่งเพื่อมาพัฒนาต่อ ซึ่งมันดีกับสโมสรในระยะยาวมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ของกุนซือชาวนอร์เวย์

โซลชากับอนาคตที่ไม่แน่นอน

   ผลงานในนัดล่าสุดที่แพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-3 ในฟุตบอลคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ทำให้แฟนบอลบางกลุ่มเริ่มมีอาการเสื่อมศรัทธาทีมอีกครั้ง โดยเฉพาะแฟนบอลที่ออกจากสนามก่อนที่เกมส์จะจบไปหลายคนเลยทีเดียว ทำให้ตอนนี้อนาคตของโซลชาถูกตั้งคำถามอีกครั้ง ว่าบอร์ดบริหารจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราะตอนนี้มีกุนซือที่ว่างงานและมีฝีมืออยู่หลายคนน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเช่น เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อดีตกุนซือของสเปอร์ และ มัสซิโม อัลเลียกี อดีตกุนซือของยูเวนตุส แต่แน่นอนว่าการเป็นตำนานของทีมของโซลชา และด้วยตัวผู้เล่นที่มองว่าไม่ดีพอ รวมถึงต้อให้เวลากับนักเตะดาวรุ่งที่กำลังก้าวขึ้นมาขึ้นทีมชุดใหญ่ ทำให้แฟนบอลบางกลุ่มอาจจะเข้าใจแนวทางการทำทีมได้บ้าง แต่สิ่งที่สำคัญคือรูปแบบการเล่น และแนวทางของทีม ที่ถูกมองว่าไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ เมื่อเทียบกับเชลซีของแฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ดูดีและมีอนาคตที่ดีกว่า ทำให้ตอนนี้โซลชาต้องเร่งฟอร์มการเล่นของทีมให้กลับมาโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะทำผลงานให้ติด 4 อันดับแรกของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก หรือว้าแชมป์ฟุตบอลยูโรป้าลีกให้ได้ เพื่อไปเล่นในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า ไม่อย่างนั่นโอกาสที่จะถูกปลดมีสูงมาก เพราะในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็ใช้เงินเสริมทัพไปพอสมควร ถ้ายังไม่สามารถทำทีมให้ไปเล่นในฟุตบอลถ้วยยุโรปได้ ความชอบธรรมในการเป็นกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไปของโซลชาก็มีโอกาสที่จะสิ้นสุดเพียงแค่นี้