โอเว่น ฟันธง สิงห์ ชนะ ผี ชัวร์

 

    ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดมันเดย์ไนต์ระหว่าง เชลซี ที่จะเปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเกมส์ที่สำคัญอย่างมาก และมีหลายคนที่ให้ทัศนะเกี่ยวกับผลการแข่งขันที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยวันนี้เราจะมาฟังทรรศนะของ ไมเคิล โอเว่น ตำนานดาวยิงทีมชาติอังกฤษ ที่เคยค้าแข้งให้กับ ลิเวอร์พูล เรอัล มาดริด นิวคาสเซิ่ล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ สโต๊ค ซิตี้

โอเว่น วิเคราะห์ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหาในแนวรุกที่ทำประตูไม่ได้สามนัดติด และเชื่อว่าพวกเขาไม่น่าจะสามารถสร้างสรรค์การทำประตูได้บ่อยอย่างแน่นอนในเกมส์นี้ ส่วนเชลซีเกมส์นี้พวกเขามุ่งมั่นเต็มที่ เพราะช่องว่างอันดับที่ 4 กับอันดับที่ 5 6 และ 7 ใกล้มามากขึ้น เชื่อว่าเกมส์นี้เชลซีจะสามารถเก็บสามคะแนนสำคัญเอาไว้ได้

รายงานข่าวโดย เว็บไซต์หวยเด็ดเฮงนัมเบอร์

เชียเรอร์ เชื่อผี ปล่อย ป็อกบาแน่

   อัพเดทข่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนับสนุนโดยเว็บดูบอลสด อลัน เชียเรอร์ ตำนานกองหน้าทีมชาติอังกฤษและนิวคาสเซิ่ล มองว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะยอมขาย ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสออกไปในช่วงซัมเมอร์นี้แน่นอน เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นมากกว่านี้

ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ตกเป็นข่าวต่อเนื่องเรื่องการย้ายทีม และไม่มีความสุขกับสถานการณ์ของสโมสร รวมถึงมีอาการเจ็บรบกวนต่อเนื่องในฤดูกาลนี้ อีกทั้งแฟนบอลก็ตั้งคำถามเกี่ยวกับความทุ่มเทในการเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วย และอีกหนึ่งปัจจัยที่น่าจะส่งผลต่อการตัดสินใจของบอร์ดบริหารแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และผู้จัดการทีมก็คือสัญญาของ พอล ป็อกบา ที่เหลืออีกเพียงแค่ถึงปี 2021 แม้จะมีออปชั่นต่ออายุไปอีก 1 ปีก็ตาม

ตลอด 143 เกมที่ลงสนามให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้น ป็อกบา ยิงไป 31 ประตูและพาทีมคว้าแชมป์ลีก คัพ และยูโรป้า ลีก ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่

ซื้อแบบนี้บ้าง!!

   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่บริหารงานโดยตระกูล เกลเซอร์ เศรษฐีชาวอเมริกัน โดยมีเอ็ด วู๊ดเวิร์ด เป็นซีอีโอคอยบริหารงานต่างๆ ให้ ได้ออกมาพร่ำบอกตลอดว่าทีม “ปีศาจแดง” ยังคงเป็นทีมเงินถุงเงินถังอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จเลยนับตั้งแต่ที่เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน บรมกุนซือชาวสก็อตแลนด์วางมือไปเมื่อปี 2013 ซึ่งไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือมากี่ครั้ง สโมสรก็ยังคงทุ่มงบซื้อนักเตะให้กับผู้จัดการทีมคนใหม่แบบเต็มที่เป็นหลัก 100 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาลโดยตลอด ซึ่งก่อนเริ่มฤดูกาลนี้ก็เช่นกันที่ทีม “ปีศาจแดง” ทุ่มเงินให้กับโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กว่า 150 ล้านปอนด์ในการเสริมทัพ 3 นักเตะ โดยเป็น 2 นักเตะในแนวรับอย่างอาร่อน วาน บิสซาก้า และแฮร์รี่ แม็คไกวร์ ซึ่งราคา 50 และ 80 ล้านปอนด์ตามลำดับ ซึ่งอาจจะแพงเกินจริงไป แต่ 2 ดาวเตะนี้ก็ถือว่ามีดีกรี และมีผลงานที่ยอดเยี่ยมจากเมื่อฤดูกาลก่อน อีกทั้งยังเป็นนักเตะอังกฤษ ทำให้ค่าตัวพุ่งสูงขึ้นเป็นเรื่องปกติ แต่อีกรายก็คือดาเนี่ยล เจมส์ ปีกทีมชาติเวลส์จากสวอนซี ซิตี้ ซึ่งถือว่าเป็นการซื้อที่น่าประหลาดใจมากทีเดียวในตอนแรก เพราะปีกจรวดวัย 22 ปีเล่นในศึกแชมเปี้ยนชิปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งผลงานก็ไม่ได้โดดเด่นมากนักในเชิงสถิติ ทำให้พวกเขาได้ตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวประมาณ 15 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่แพงเลยกับตลาดการซื้อขายนักเตะในยุคนี้

ปกติแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักจะทุ่มเงินซื้อนักเตะชื่อดังเข้าสู่สโมสร ทำให้พวกเขาถูกโก่งค่าตัวอยู่โดยตลอด เพื่อแลกกับดาวเตะชื่อดัง และฝีเท้าที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วระดับหนึ่ง แต่ในรายของดาเนี่ยล เจมส์นั้นเหมือนเป็นการค้นพบของแมวมองของสโมสร ซึ่งเขาสามารถปรับตัวเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกได้ถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียวกับนักเตะราคาเพียง 15 ล้านปอนด์

การสร้างทีมให้กลับมายิ่งใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูท่าว่าจะต้องใช้เงินมหาศาลทีเดียว หากว่าจะทุ่มเงินซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมอีกหลายตำแหน่ง ซึ่งพวกเขาควรมีการซื้อนักเตะในแบบของดาเนี่ยล เจมส์เข้ามาบ้าง เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณของสโมสรไม่ให้บานปลายไปกว่านี้ ในยามที่ยังหาความสำเร็จไม่เจอแบบนี้ก็ควรจะทำงานหนักในการดูฟอร์มนักเตะ และค้นพบดาวดวงใหม่แบบนี้บ้าง

 

เพชรเม็ดงาม!

   บทความทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของ FIFA5555 ในฤดูกาลนี้ถึงแม้ว่าผลงานโดยรวมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในยุคที่มีโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์อยู่คุมทีมจะดูไม่น่าพิศมัยนัก แต่ในเรื่องของผลงานส่วนตัวแล้ว นักเตะแต่ละคนถือว่ามีการพัฒนาที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียวหากเทียบกับสถิติต่างๆ จากเมื่อฤดูกาลก่อน ไม่ว่าจะเป็นมาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ทำประตูได้มากที่สุดในหนึ่งฤดูกาลไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ยังเล่นไม่ถึงครึ่งฤดูกาลด้วยซ้ำ รวมถึงอ็องโตนี่ มาร์กซิยาลก็เช่นกัน ที่ฤดูกาลนี้เขาได้ลงเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า หลังจากที่ทีมปล่อยโรเมลู ลูกากูออกจากทีมไป แต่นอกจากตัวรุก 2 รายนี้แล้ว กุนซือชาวนอร์เวย์ก็ได้ปั้นเพชรเม็ดงามขึ้นมาใหม่อีก 1 ราย นั่นก็คือเมสัน กรีนวู๊ด กองหน้าดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติอังกฤษชุดยู 21 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่เจ้าตัวอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น แต่ฤดูกาลนี้กลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นมากๆ ถึงแม้ว่าจะลงสนามในฐานะตัวสำรองเป็นส่วนใหญ่ในเกมลีก แต่ในศึกยูโรป้า ลีกเขาได้โอกาสเป็นตัวจริงตลอด และกลายเป็นดาวซัลโวของทีมในรายการนี้ด้วยการยิง 5 ประตูในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา

หากมองว่ามาร์คัส แรชฟอร์ด ถือว่าเป็นกองหน้าดาวรุ่งที่น่าจับตามอง แต่หากเทียบกันในตอนที่เป็นนักเตะเยาวชนที่เล่นในชุดยู 18 ของสโมสร เมสัน กรีนวู๊ดนั้นมีสถิติที่เหนือกว่าแรชฟอร์ดหลายขุมเลยทีเดียว ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ข้อพิสูจน์แต่อย่างใด เพราะพอขึ้นมาเล่นในฟุตบอลชุดใหญ่แล้ว การปรับตัวให้ได้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เหล่าดาวรุ่งต่างๆ สามารถก้าวไปเป็นนักเตะระดับชั้นนำได้ ซึ่งแรชฟอร์ดถือว่าผ่านจุดนั้นมาแล้ว แต่ในรายของกรีนวู๊ดนั้นยังต้องให้เวลาในการพิสูจน์ตัวเองอีกซักหน่อย แต่หากดูจากทักษะการทำประตูของดาวรุ่งรายนี้แล้ว ที่ไปคล้ายคลึงกับโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ย์ อดีตกองหน้าชาวดัตช์ของทีม มีโอกาสมากที่เขาจะประสบความสำเร็จตามรอยรุ่นพี่ในทีม และอาจจะไปได้ดีกว่ามาร์คัส แรชฟอร์ดด้วยซ้ำ หากว่ายังสามารถมีพัฒนาการได้เรื่อยๆ แบบนี้ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นเพชรเม็ดงามที่โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์กำลังเจียระไนอยู่

 

มือ 1 ปีหน้า

 

   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นทีมที่มีผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด ไล่มาตั้งแต่ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ มาจนถึงดาบิด เด เกอาในปัจจุบัน ซึ่งมือกาวทีมชาติสเปนเคยถูกมองว่าเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ของโลกด้วยซ้ำในช่วงที่สโมสรมีโชเซ่ มูรินโญ่คุมทีมได้รองแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2017-2018 ซึ่งฤดูกาลนั้นนายด่านหน้าหล่อรายนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างเหนียว แน่น หนึบเป็นอย่างมาก

แต่มาฤดูกาลนี้ ฟอร์มการเล่นของอดีตดาวรุ่งของแอตเลติโก มาดริดรายนี้นั้นดร็อปลงไปอย่างชัดเจน และก็ก่อความผิดพลาดอย่างมหันส์ อย่างในนัดที่พวกเขาบุกไปแพ้ให้กับวัตฟอร์ด ทีมบ๊วยของตารางในตอนนั้น 0-2 ที่วิคาเลจ โร๊ด ประตูแรกที่พวกเขาเสียก็มาจากความผิดพลาดของนายด่านวัย 29 ปีแบบเต็มๆ ด้วยการรับบอลปลิ้นเข้าประตูไปแบบสุดช็อค แต่ดูแล้วความผิดพลาดครั้งนั้นยังไม่ถึงกับทำให้เขาหลุดเป็นมือ 2 ในฤดูกาลนี้แต่อย่างใด ถึงแม้ว่าเซร์คิโอ โรเมโร่ นายประตูชาวอาร์เจนไตน์จะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดในตอนที่เขาลงสนามในบอลถ้วยรายการต่างๆ ก็ตาม แต่ทว่าในฤดูกาลหน้าตำแหน่งนายด่านมือ 1 ของถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด อาจจะไม่ใช่ของตายของเด เกอาอีกต่อไป เมื่อดีน เฮ็นเดอร์สัน นายประตูดาวรุ่งที่สโมสรปล่อยไปให้กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดยืมตัวเป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการยืมตัว และฤดูกาลหน้าเขาจะกลับมาเป็นตัวเลือกของกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่างแน่นอน ทำให้การแย่งมือ 1 ของทีม “ปีศาจแดง” อาจจะต้องระอุอย่างแน่นอน หากว่าดาบิด เด เกอาไม่สามารถงัดฟอร์มสุดยอดเหมือนช่วง 2 ฤดูกาลก่อนกลับมาได้ สโมสรอาจจะเลือกอนาคตอย่างดีน เฮ็นเดอร์สันก็เป็นได้ เพราะถือว่าเป็นเด็กปั้นของสโมสร และยังเป็นดาวรุ่งแววดีมีอนาคต และที่สำคัญยังได้โควต้าโฮม โกรว์ ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างยิ่งหากว่าเรื่อง Brexit เกิดขึ้นจริง  ซึ่งอาจจะถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลงมือ 1 ในโรงละครแห่งความฝันแล้วก็ได้ แต่สโมสรก็ต้องคิดให้รอบคอบกับเรื่องนี้ เพราะการจะให้ดาวรุ่งมาเป็นมือ 1 กับสโมสรยักษ์ใหญ่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงเช่นกัน ซึ่งเด เกอาก็เคยผ่านจุดนั้นมาได้สำเร็จ

เรื่องดีของ ‘โซลชาร์’

  เป็นเวลากว่า 1 ปีเศษแล้วสำหรับการทำงานของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือชาวนอร์เวย์ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หากนับรวมกับตอนที่เขายังคุมทีมในฐานะกุนซือรักษาการชั่วคราว ก่อนที่จะไปเซ็นต์สัญญาคุมทีถาวรในช่วงเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ซึ่งกุนซือวัย 48 ปีนั้นมีทั้งแง่มุมที่ดี และแง่มุมที่ไม่ดีในฐานะผู้จัดการทีม ซึ่งระยะเวลาเท่านี้ก็สามารถบอกอะไรได้บ้างแล้ว

เรื่องที่ดูว่าเขายังไม่ถึงขั้นที่จะมาเป็นกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็คือแทคติกของเขาที่ดูยังอ่อนไป ซึ่งหากไปเปรียบเทียบกับเจอร์เก้น คล็อปป์ และเป็ป กวาดิโอล่า ยอดกุนซือแห่งยุคแล้วยังไงก็สู้ไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะประสบการณ์ก็ยังดูน้อยกว่ามาก แต่หากไปเปรียบเทียบกับแฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือคนปัจจุบันของเชลซีแล้ว อดีตหอกฉายา “เพชรฆาตหน้าทารก” ควรที่จะทำได้ดีกว่าในเรื่องของแทคติก แต่ผลงานของทั้ง 2 ทีมในฤดูกาลนี้บ่งบอกได้เลยว่าโซลชาร์ยังเป็นรองแลมพาร์ดด้วยซ้ำในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่แลมพาร์ดพึ่งจะเป็นกุนซือแบบเต็มตัวฤดูกาลที่ 2 เท่านั้น

แต่เรื่องที่ดีของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ก็มีเช่นกัน ด้วยความที่เขาเคยเป็นอดีตนักเตะของสโมสรมาก่อน ทำให้เขารู้วัฒนธรรม และประเพณีของสโมสรเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องของการดันนักเตะดาวรุ่งให้ก้าวขึ้นมามีโอกาสในทีมชุดใหญ่ ซึ่งนับตั้งแต่ที่เขาเข้ามาคุมทีมก็มีนักเตะเยาวชนของสโมสรที่ได้โอกาสในการลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ และก็มีหลายคนที่ได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัวในฤดูกาลนี้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แบ็คซ้ายดาวรุ่ง และเมสัน กรีนวู๊ด กองหน้าอนาคตไกลที่กลายเป็นตัวหลักของสโมสรไปแล้วทั้งคู่ในฤดูกาลนี้ นอกจากนั้นมุมมองการซื้อนักเตะของสโมสรก็เปลี่ยนไปด้วย จากตอนที่โชเซ่ มูรินโญ่คุมทีม พวกเขามักจะซื้อนักเตะประสบการณ์ที่ผ่านการเล่นมานานแล้ว ทำให้นักเตะส่วนใหญ่ก็จะมีอายุประมาณนึงแล้ว แต่พอมาเป็นยุคของโซลชาร์ พวกเขาก็เปลี่ยนมุมมองมาเป็นการซื้อนักเตะดาวรุ่งเพื่อมาพัฒนาต่อ ซึ่งมันดีกับสโมสรในระยะยาวมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ของกุนซือชาวนอร์เวย์

แบ็คซ้ายตัวจริง!!

   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งกองหลัง 2 ตำแหน่งในช่วงปิดฤดูกาล ด้วยการเสริมทัพเอาอาร่อน วาน บิสซาก้า แบ็คขวาดาวรุ่งมาจากคริสตัล พาเลซ และแฮร์รี่ แม็คไกวร์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษมาจากเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งกลายเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกอีกด้วย แต่ในตำแหน่งแบ็คซ้าย โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือของทีมยังคงไว้ใจให้ลุค ชอว์ แบ็คซ้ายวัย 24 ปียืนเป็นตัวจริงต่อไปในฤดูกาลนี้ ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงฤดูกาลก่อนก็ได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสโมสรอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะมีช่วงที่บาดเจ็บยาวไปก็ตาม แต่ก็ยังมีมาตรฐานการเล่นที่ดีอยู่

แต่ในฤดูกาลนี้มีช่วงที่ลุค ชอว์บาดเจ็บไปในช่วงแรก ทำให้กุนซือชาวนอร์เวย์ต้องดันเด็กดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีม เนื่องจากแอชลี่ย์ ยังก็อายุมากขึ้น และเล่นก็ไม่ได้ดีอะไร บวกกับมาร์กอส โรโฮที่พอจะเล่นแบ็คซ้ายได้ก็มีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด ทำให้โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ต้องดันเจ้าหนูแบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แบ็คดาวรุ่งวัย 19 ปีจากชุดยู 23 ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ ซึ่งเขายังไม่ได้ไปพรีซีซั่นกับทีมในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลด้วยซ้ำ แต่ทว่าด้วยผลงานที่ดีในทีมสำรอง ทำให้เขาถูกดันขึ้นมา โดยเริ่มจากบอลถ้วยคาราบาว คัพ และฟุตบอลยูโรป้า ลีกก่อน และได้ลงสนามเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกนัดแรกในเกมที่พบกับไบรท์ตัน ซึ่งเจ้าหนูรายนี้ทำผลงานได้ดีทีเดียว และดีตลอดตั้งแต่นั้นมาจนถึงตอนนี้ โดยเขามีทั้งความดุดัน และการกล้าที่จะตลุยไปข้างหน้า ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดาวรุ่งรายนี้ทำได้ดีกว่าลุค ชอว์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในตอนนี้ ซึ่งระยะหลังมานี้โซลชาร์ก็พยายามจะสลับกันให้ลงสนามระหว่าง 2 แบ็คซ้ายรายนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าแบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ได้ใจจากแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และถูกมองว่าเขาควรจะเป็นแบ็คซ้ายเบอร์ 1 ของสโมสรอย่างเต็มตัวแทนที่ของลุค ชอว์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยในตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะพึ่งได้เล่นตัวจริงมาไม่กี่เกมก็ตาม แต่จากฟอร์มของอดีตแบ็คเซาธ์แฮมตันนั้นไม่ดีเอาเสียเลยในระยะหลัง ทำให้เขาดูเป็นรองดาวรุ่งวัย 19 ไปเรียบร้อยแล้วในตอนนี้

มาติช อาจะไปเล่นในเมเจอร์ลีก

 

   หลังจากที่ไม่ได้ลงสนามเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้เนมันย่า มาติซ กองกลางตัวรับทีมชาติเซอร์เบียของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะต้องหาทีมใหม่ในตลาดนักเตะเดือนมกราคมนี้ ล่าสุดมีข่าวออกมาว่ามาติซอาจจะพิจารณาในการย้ายทีมไปเล่นฟุตบอลเมเจอร์ลีกสเหรัฐอเมริกากับทีม ชิคาโก ไฟร์  โดยนักเตะวัย 31 ปีรายนี้ตกเป็นตัวสำรองให้กับ สก็อต  แมคโทมิเนย์ และ เฟร็ด ซึ่งแม้ว่าในนัดล่าสุดที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ นอริช ซิตี้ ได้ 4-0 จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงก็ตาม โดยเชื่อว่า มาติซ ต้องการลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง และการที่ไปเล่นในฟุตบอลเมเจอร์ลีกก็น่าจะตอบโจทย์การลงเล่นอย่างต่อเนื่องให้เขาได้เป็นอย่างดี โดยก่อนหน้านี้มาติซก็มีข่าวย้ายทีมออกมา ไม่ว่าจะเป็นกับ สเปอร์ส ของกุนซือ โจเซ่ มูรินโญ่ เจ้านายเก่าที่เคยร่วมงานกันที่ เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และกับทีมดังจากอิตาลีอย่าง อินเตอร์ มิลาน ที่มีเจ้านายเก่าอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ คุมทีมอยู่

โซลชากับอนาคตที่ไม่แน่นอน

   ผลงานในนัดล่าสุดที่แพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-3 ในฟุตบอลคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ทำให้แฟนบอลบางกลุ่มเริ่มมีอาการเสื่อมศรัทธาทีมอีกครั้ง โดยเฉพาะแฟนบอลที่ออกจากสนามก่อนที่เกมส์จะจบไปหลายคนเลยทีเดียว ทำให้ตอนนี้อนาคตของโซลชาถูกตั้งคำถามอีกครั้ง ว่าบอร์ดบริหารจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราะตอนนี้มีกุนซือที่ว่างงานและมีฝีมืออยู่หลายคนน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเช่น เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อดีตกุนซือของสเปอร์ และ มัสซิโม อัลเลียกี อดีตกุนซือของยูเวนตุส แต่แน่นอนว่าการเป็นตำนานของทีมของโซลชา และด้วยตัวผู้เล่นที่มองว่าไม่ดีพอ รวมถึงต้อให้เวลากับนักเตะดาวรุ่งที่กำลังก้าวขึ้นมาขึ้นทีมชุดใหญ่ ทำให้แฟนบอลบางกลุ่มอาจจะเข้าใจแนวทางการทำทีมได้บ้าง แต่สิ่งที่สำคัญคือรูปแบบการเล่น และแนวทางของทีม ที่ถูกมองว่าไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ เมื่อเทียบกับเชลซีของแฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ดูดีและมีอนาคตที่ดีกว่า ทำให้ตอนนี้โซลชาต้องเร่งฟอร์มการเล่นของทีมให้กลับมาโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะทำผลงานให้ติด 4 อันดับแรกของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก หรือว้าแชมป์ฟุตบอลยูโรป้าลีกให้ได้ เพื่อไปเล่นในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า ไม่อย่างนั่นโอกาสที่จะถูกปลดมีสูงมาก เพราะในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็ใช้เงินเสริมทัพไปพอสมควร ถ้ายังไม่สามารถทำทีมให้ไปเล่นในฟุตบอลถ้วยยุโรปได้ ความชอบธรรมในการเป็นกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไปของโซลชาก็มีโอกาสที่จะสิ้นสุดเพียงแค่นี้