เรื่องดีของ ‘โซลชาร์’

  เป็นเวลากว่า 1 ปีเศษแล้วสำหรับการทำงานของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือชาวนอร์เวย์ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หากนับรวมกับตอนที่เขายังคุมทีมในฐานะกุนซือรักษาการชั่วคราว ก่อนที่จะไปเซ็นต์สัญญาคุมทีถาวรในช่วงเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ซึ่งกุนซือวัย 48 ปีนั้นมีทั้งแง่มุมที่ดี และแง่มุมที่ไม่ดีในฐานะผู้จัดการทีม ซึ่งระยะเวลาเท่านี้ก็สามารถบอกอะไรได้บ้างแล้ว

เรื่องที่ดูว่าเขายังไม่ถึงขั้นที่จะมาเป็นกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็คือแทคติกของเขาที่ดูยังอ่อนไป ซึ่งหากไปเปรียบเทียบกับเจอร์เก้น คล็อปป์ และเป็ป กวาดิโอล่า ยอดกุนซือแห่งยุคแล้วยังไงก็สู้ไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะประสบการณ์ก็ยังดูน้อยกว่ามาก แต่หากไปเปรียบเทียบกับแฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือคนปัจจุบันของเชลซีแล้ว อดีตหอกฉายา “เพชรฆาตหน้าทารก” ควรที่จะทำได้ดีกว่าในเรื่องของแทคติก แต่ผลงานของทั้ง 2 ทีมในฤดูกาลนี้บ่งบอกได้เลยว่าโซลชาร์ยังเป็นรองแลมพาร์ดด้วยซ้ำในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่แลมพาร์ดพึ่งจะเป็นกุนซือแบบเต็มตัวฤดูกาลที่ 2 เท่านั้น

แต่เรื่องที่ดีของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ก็มีเช่นกัน ด้วยความที่เขาเคยเป็นอดีตนักเตะของสโมสรมาก่อน ทำให้เขารู้วัฒนธรรม และประเพณีของสโมสรเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องของการดันนักเตะดาวรุ่งให้ก้าวขึ้นมามีโอกาสในทีมชุดใหญ่ ซึ่งนับตั้งแต่ที่เขาเข้ามาคุมทีมก็มีนักเตะเยาวชนของสโมสรที่ได้โอกาสในการลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ และก็มีหลายคนที่ได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัวในฤดูกาลนี้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แบ็คซ้ายดาวรุ่ง และเมสัน กรีนวู๊ด กองหน้าอนาคตไกลที่กลายเป็นตัวหลักของสโมสรไปแล้วทั้งคู่ในฤดูกาลนี้ นอกจากนั้นมุมมองการซื้อนักเตะของสโมสรก็เปลี่ยนไปด้วย จากตอนที่โชเซ่ มูรินโญ่คุมทีม พวกเขามักจะซื้อนักเตะประสบการณ์ที่ผ่านการเล่นมานานแล้ว ทำให้นักเตะส่วนใหญ่ก็จะมีอายุประมาณนึงแล้ว แต่พอมาเป็นยุคของโซลชาร์ พวกเขาก็เปลี่ยนมุมมองมาเป็นการซื้อนักเตะดาวรุ่งเพื่อมาพัฒนาต่อ ซึ่งมันดีกับสโมสรในระยะยาวมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ของกุนซือชาวนอร์เวย์