ซื้อแบบนี้บ้าง!!

   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่บริหารงานโดยตระกูล เกลเซอร์ เศรษฐีชาวอเมริกัน โดยมีเอ็ด วู๊ดเวิร์ด เป็นซีอีโอคอยบริหารงานต่างๆ ให้ ได้ออกมาพร่ำบอกตลอดว่าทีม “ปีศาจแดง” ยังคงเป็นทีมเงินถุงเงินถังอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จเลยนับตั้งแต่ที่เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน บรมกุนซือชาวสก็อตแลนด์วางมือไปเมื่อปี 2013 ซึ่งไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือมากี่ครั้ง สโมสรก็ยังคงทุ่มงบซื้อนักเตะให้กับผู้จัดการทีมคนใหม่แบบเต็มที่เป็นหลัก 100 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาลโดยตลอด ซึ่งก่อนเริ่มฤดูกาลนี้ก็เช่นกันที่ทีม “ปีศาจแดง” ทุ่มเงินให้กับโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กว่า 150 ล้านปอนด์ในการเสริมทัพ 3 นักเตะ โดยเป็น 2 นักเตะในแนวรับอย่างอาร่อน วาน บิสซาก้า และแฮร์รี่ แม็คไกวร์ ซึ่งราคา 50 และ 80 ล้านปอนด์ตามลำดับ ซึ่งอาจจะแพงเกินจริงไป แต่ 2 ดาวเตะนี้ก็ถือว่ามีดีกรี และมีผลงานที่ยอดเยี่ยมจากเมื่อฤดูกาลก่อน อีกทั้งยังเป็นนักเตะอังกฤษ ทำให้ค่าตัวพุ่งสูงขึ้นเป็นเรื่องปกติ แต่อีกรายก็คือดาเนี่ยล เจมส์ ปีกทีมชาติเวลส์จากสวอนซี ซิตี้ ซึ่งถือว่าเป็นการซื้อที่น่าประหลาดใจมากทีเดียวในตอนแรก เพราะปีกจรวดวัย 22 ปีเล่นในศึกแชมเปี้ยนชิปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งผลงานก็ไม่ได้โดดเด่นมากนักในเชิงสถิติ ทำให้พวกเขาได้ตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวประมาณ 15 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่แพงเลยกับตลาดการซื้อขายนักเตะในยุคนี้

ปกติแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักจะทุ่มเงินซื้อนักเตะชื่อดังเข้าสู่สโมสร ทำให้พวกเขาถูกโก่งค่าตัวอยู่โดยตลอด เพื่อแลกกับดาวเตะชื่อดัง และฝีเท้าที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วระดับหนึ่ง แต่ในรายของดาเนี่ยล เจมส์นั้นเหมือนเป็นการค้นพบของแมวมองของสโมสร ซึ่งเขาสามารถปรับตัวเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกได้ถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียวกับนักเตะราคาเพียง 15 ล้านปอนด์

การสร้างทีมให้กลับมายิ่งใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูท่าว่าจะต้องใช้เงินมหาศาลทีเดียว หากว่าจะทุ่มเงินซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมอีกหลายตำแหน่ง ซึ่งพวกเขาควรมีการซื้อนักเตะในแบบของดาเนี่ยล เจมส์เข้ามาบ้าง เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณของสโมสรไม่ให้บานปลายไปกว่านี้ ในยามที่ยังหาความสำเร็จไม่เจอแบบนี้ก็ควรจะทำงานหนักในการดูฟอร์มนักเตะ และค้นพบดาวดวงใหม่แบบนี้บ้าง